ป้องกันไว้ดีกว่าเสียใจภายหลัง เพียงแค่ติดเครื่องดับเพลิงให้กับรถยนต์

ป้องกันไว้ดีกว่าเสียใจภายหลัง เพียงแค่ติดเครื่องดับเพลิงให้กับรถยนต์

ป้องกันไว้ดีกว่าเสียใจภายหลัง เพียงแค่ติดเครื่องดับเพลิงให้กับรถยนต์

            ไฟไหมอาจเป็นอุบัติที่เกิดขึ้นได้น้อยกับรถยนต์ ทำให้หลายคนมองว่าเป็นเรื่องไกลตัว แต่ทว่าในช่วงที่ผ่านมาก็มีเหตุการณ์ไฟไหม้รถให้เห็นกันอย่างต่อเนื่อง ซึ่งเมื่อเกิดขึ้นแล้ว นอกจากจะสร้างความเสียหายให้ทรัพย์สินแล้ว หากโชคร้ายเปลวไฟมันก็อาจพรากชีวิตเราไปด้วยก็ได้เช่นกัน

ดังนั้น เพื่อความไม่ประมาทก็ควรป้องกันเอาไว้ก่อน ด้วยการติดเครื่องดับเพลิง หรือถังดับเพลิงให้กับรถยนต์เอาไว้ อย่างไรก็ตาม ถังดับเพลิงมันก็มีหลายประเภท ด้วยเหตุนี้ ใครที่ยังไม่รู้ว่าควรติดตั้งประเภทไหนดี ก็ต้องมาทำความรู้จักกันก่อน เพื่อจะได้ใช้งานได้ตรงตามจุดประสงค์

ประเภทของเพลิงไหม้ในรถ กับการเลือกเครื่องดับเพลิง

ก่อนตัดสินใจเลือกซื้อเครื่องดับเพลิงมาใช้งาน ก็ต้องทำความเข้าใจก่อนว่ามีไฟประเภทไหนบ้างที่สามารถลุกไหม้ในรถยนต์ได้ ซึ่งไฟแต่ละประเภทนั้นจำเป็นต้องใช้สารเคมีในการดับไฟที่แตกต่างกันออกไป ดังนั้น ถ้าหากใช้สารเคมีผิดประเภทมันก็ไม่สามารถช่วยดับไฟได้เลย

1.เพลิงไหม้ประเภท A – คือเพลิงไหม้ที่ทีต้นตอเกิดจากเชื้อเพลิงที่เป็นของแข็ง ซึ่งอาจติดไฟได้จากส่วนที่เป็นวัสดุของตัวรถ เช่น เบาะรถยนต์

2.เพลิงไหม้ประเภท B – คือเพลิงไหม้ที่ต้นตอเกิดจากน้ำมันเชื้อเพลิง เช่น น้ำมันเครื่อง แก๊สรถยนต์

3.เพลิงไหม้ประเภท C – คือเพลิงไหม้ที่เกิดจากการขัดข้องของระบบไฟฟ้า ซึ่งสามารถเกิดขึ้นได้ภายในรถ อันเนื่องมาจากการทำงานผิดพลาดของแบตเตอรี่

แนวทางการเลือกเครื่องดับเพลิงมาใช้งาน

เครื่องดับเพลิง หรือถังดับเพลิงนั้น ก็แบ่งออกได้หลายชนิด ซึ่งแต่ละประเภทก็จะมีความแตกต่างกันตรงสารเคมีที่ถูกบรรจุอยู่ภายใน ดังนั้น ในแต่ละประเภทจึงมีความสามารถและคุณสมบัติในการใช้ดับเพลิงไหม้ที่ต่างกัน รวมถึงมีข้อดีข้อเสียที่ต่างกันอีกด้วย

1.แบบสเปรย์โฟม – ใช้ดับเพลิงประเภท A, B ได้แบบจำกัด มีข้อดีคือ น้ำหนักที่ค่อนข้างเบา มาในปริมาณ 50 ml ทำให้พกพาได้สะดวก ส่วนคือเสียคือ ไม่สามารถดับเพลิงไหม้ได้ทุกชนิด

2.แบบผงเคมีแห้ง – ใช้ดับเพลิงประเภท A, B, C ได้แบบจำกัด มีข้อดีคือ ราคาที่ไม่สูงมาก สามารถใช้ดับเพลิงไหม้ได้รวดเร็วกว่าแบบสเปรย์โฟม แต่ก็มีข้อเสียคือ เวลาฉีดใช้งานสารเคมีมันจะฟุ้งกระจายเป็นกงกว้าง นอกจากนี้ หากฉีดไม่หมดก็ยังทำให้แรงดันในถังตกลง จนไม่สามารถนำมาใช้งานได้อีก จนกว่าจะนำไปบรรจุใหม่อีกครั้ง

3.แบบสารเหลวระเหย – ใช้ดับเพลิงประเภท A, B, C มีข้อดีคือ สามารถดับเพลิงไหม้ได้ทุกประเภท ไม่หลงเหลือคราบสกปรกจากการใช้งาน และหากใช้ไม่หมดก็นำมาใช้ซ้ำใหม่ได้ ส่วนข้อเสียนั้นมีเพียงอย่างเดียวคือ ราคาค้อนข้างสูงเอาเรื่อง

4.แบบเคมีสูตรน้ำ – ใช้ดับเพลิงประเภท A, B, C ข้อดีของเครื่องดับเพลิงแบบเคมีสูตรน้ำคือ ใช้ดับเพลิงไหม้ได้ทุกประเภท สามารถดับเพลิงได้ในระยะเวลาที่รวดเร็ว พร้อมกับช่วยป้องกันการลุกติดไฟขึ้นอีกครั้งได้ด้วย และที่สำคัญเมื่อใช้ไม่หมดก็นำกลับมาใช้ซ้ำได้อีก ส่วนข้อเสียนั้นมีเพียงอย่างเดียวเช่นกัน นั่นคือมีราคาสูงที่สุดเมื่อเทียบกับประเภทอื่น ๆ