สาวร้านรถเช่าเชียงใหม่เปิดใจ หลังถูกรุมทำร้าย ข่มขู่ครอบครัว

สาวร้านรถเช่าเชียงใหม่เปิดใจ หลังถูกรุมทำร้าย ข่มขู่ครอบครัว

สาวร้านรถเช่าเชียงใหม่เปิดใจ หลังถูกรุมทำร้าย ข่มขู่ครอบครัว

            จากคลิปวีดีโอเหตุการณ์ที่มีชายรายหนึ่ง ซึ่งเปิดร้านเช่ารถจักรยานยนต์ติดกันกับร้านของตัวเองบริเวณ ถ.ชัยภูมิ ต.ช้างม่อย อ.เมืองเชียงใหม่ จ.เชียงใหม่ ที่ได้ก่อเหตุทำร้ายร่างกายหญิงสาวรายหนึ่งที่ทำงานในร้าน จนกระทั่งบาดเจ็บ

จากเหตุการณ์ในครั้งนี้ ก็สืบสาบว่าคนโพสต์วิดีโอดังกล่าวคือ เจ้าของร้านรถเช่าเชียงใหม่ที่เกิดเหตุ ทราบชื่อว่า น.ส.สุภาพร แก้วบุดสา อายุ 35 ปี โดยได้เล่าว่า ในวันเกิดเหตุนั้น น้องสาวตนที่ถูกทำร้ายตามที่ปรากฏภายในคลิป ได้นั่งเล่นอยู่บริเวณหน้าร้าน

ซึ่งขณะนั้นตนอยู่ข้างในร้าน ผ่านไปได้ยินเสียงคนทะเลาะกัน ตนก็ออกมาดูแล้วพบว่าน้องสาวตนถูกชายที่เป็นลูกเจ้าของร้านรถเช่าที่อยู่ติดกันทำร้ายอยู่ ตนจึงเข้าไปห้ามปรามทันที โดยในระหว่างนั้นตนก็ได้โดนลูกหลงเข้าที่บริเวณใบหน้าจนบาดเจ็บเช่นเดียวกัน

ชายร้านรถเช่าเชียงใหม่ที่ก่อเหตุมอบเงินให้ 4,000 บาท แต่ไม่ยอมจบ

ภายหลังเกิดเหตุ สาวร้านรถเช่าเชียงใหม่ก็ได้เดินทางเข้าแจ้งความลงบันทึกประจำวันทันทีที่ สภ.เมืองเชียงใหม่ โดยชายคนดังกล่าวยินยอมจ่ายค่าเสียหายให้กับน้องสาวตนเป็นเงินจำนวน 4,000 บาท แต่หลังจากนั้นเป็นต้นมา ชายคนดังกล่าวก็กลับไปหาเรื่องพนักงานร้านสะดวกซื้อที่อยู่ติดกันอีก เนื่องจากเกิดความไม่พอใขที่มีการเอาเรื่องของตัวเองไปพูดคุยกัน พร้อมกับมีการข่มขู่ตามที่ปรากฎภายในคลิป

สาวร้านรถเช่าเชียงใหม่จึงเดินทางไปแจ้งความกับตำรวจอีกครั้ง แต่ทางเจ้าหน้าที่ตำรวจก็ทำได้เพียงลงบันทึกประจำวันและทำเหมือนไม่สนใจเรื่องราวที่เกิดขึ้นแต่อย่างใด นอกจากนี้ ชายคนดังกล่าวยังได้ขับรถจักรยานยนต์วันไปมาตามคูเมือง และเร่งเครื่องส่งเสียงดัง เหมือนกับต้องการหาเรื่อง ด้วยเหตุนี้ ตนและน้องสาว รวมถึงผู้เกี่ยวข้องจึงเกิดความหวาดกลัว

สาวร้านรถเช่าเชียงใหม่ต้องการความเป็นธรรม จึงโพสต์คลิปลงโซเชี่ยว

น.ส.สุภาพร เจ้าของร้านรถเช่าเชียงใหม่ เผยว่าสาเหตุที่ต้องนำคลิปเหตุการณ์ดังกล่าวมาโพสต์ลงโซเชียลนั้น ก็เพื่อต้องงการที่จะเรียกร้องความเป็นธรรม เพราพหลังจากที่ชายคนดังกล่าวขึ้งโรงพัก ก็ได้จ่ายเงินเพียง 4,000 บาท เพื่อต้องการให้เรื่องราวที่เกิดขึ้นยุติ ซึ่งมันไม่ถูกต้อง ประกอบกับต้องการเรียกร้องความเป็นธรรมว่าหลังเกิดเรื่องขึ้นผู้กระทำผิดควรจะสำนึก มีเมตตา ไม่ใช่มากระทำการในเชิงข่มขู่คนอื่นอีก

ถึงแม้ระหว่างที่ขึ้นโรงพักนั้น ทางชายผู้ก่อเหตุได้ขอโทษและยกมือไหว้แล้วก็ตาม แต่การกระทำหลังจากนั้นกลับสวนทาง เพียงโยนเงิน 4,000 บาท แล้วจะให้เรื่องทุกอย่างจบ โดยปราศจากความสำนึกผิด ด้วยเหตุนี้ จึงตัดสินใจโพสต์เรื่องราวที่เกิดขึ้นนี้ลงในสื่อสังคมออนไลน์ เพื่อเรียกร้องความเป็นธรรมกับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น.