หยุดคิดสักนิด หากต้องการรีไฟแนนซ์รถยนต์

หยุดคิดสักนิด หากต้องการรีไฟแนนซ์รถยนต์

หยุดคิดสักนิด หากต้องการรีไฟแนนซ์รถยนต์

            หากใครหมุนเงินไม่ทัน แล้วต้องการแกปัญหาด้วยการ รีไฟแนนซ์รถยนต์ ก็ถือเป็นทางเลือกที่ดีไม่น้อย เพราะจะได้เงินมาจำนวนหนึ่งโดยการเอารถยนต์เป็นหลักค้ำประกัน แต่มันก็มีทั้งข้อดีและข้อเสีย อยู่ที่ตัวเราจะเลือกนำมาพิจารณาหรือไม่

โดยเฉพาะผู้ที่ไม่มีทรัพย์สินใด ๆ อยู่ในครอบครองนอกจากรถยนต์ การรีไฟแนนซ์ก็ถือเป็นทางเลือกที่ดีอย่างยิ่ง เพื่อให้ได้มาซึ่งเงินก้อน และทุกวันนี้ การรีไฟแนนซ์ก็ไม่ใช่เรื่องยุ่งยากมากนัก เพียงแค่จัดเตรียมเอกสารไม่กี่ฉบับก็สามารถดำเนินการได้แล้ว ที่สำคัญยังใช้เวลาไม่นานอีกด้วย

ทำไมการเปลี่ยนไฟแนนซ์ หรือรีไฟแนนซ์รถยนต์ จึงเป็นที่นิยม

1.มีความต้องการเงินก้อน เพื่อนำมาใช้จ่ายในชีวิตประจำวัน ซึ่งเงินจำนวนที่ได้รับมานั้น จะมีมูลค่าส่วนต่างระหว่างเงินก้อนเก่าและเงินก้อนใหม่ ส่วนจะมาก หรือน้อย ก็ขึ้นอยู่กับยอดหนี้คงเหลือเป็นหลัก

2.ต้องการล้างประวัติการผ่อนชำระล่าที่เกิดความช้ากับบริษัทเดิม แล้วเริ่มต้นปฏิบัติใหม่กับบริษัทอื่น

3.ต้องการลดค่างวด สำหรับค่างวดเดิมนั้น จะเพิ่มสูงขึ้นเนื่องจากรถเป็นมือหนึ่งมีมูลค่าสูง จึงต้องผ่อนชำระมาก ในขณะที่ผ่อนไปได้สักพักหนึ่งแล้วรีไฟแนนซ์ ก็จะช่าวยให้ค่างวดผ่อนน้อยลง

การรีไฟแนนซ์รถยนต์ในปจจุบัน แบ่งออกเป็น 2 แบบ

1.รีไฟแนนซ์รถยนต์รถยนต์ที่ยังผ่อนอยู่ – บริษัทเหล่านั้นต้องทำการประเมินราคารถใหม่ทั้งหมด แล้วนำมาหักจำนวนเงินที่เหลือค้างอยู่กับสัญญาฉบับเก่า รวมถึงค่าใช้จ่ายในการเดินเรื่อง บริษัทถึงจะจ่ายยอดเงินคงเหลือมาให้ ซึ่งบริษัทบางแห่งอาจลดอัตราดอกเบี้ยในสัญญาเดิมให้

2.ไฟแนนซ์รถยนต์สำหรับรถที่ผ่อนหมดแล้วสำหรับวิธีนี้ จะได้อัตราดอกเบี้ยที่ถูกกว่าพอสมควร และยังผ่านอนุมัติสินเชื่อได้ง่ายกว่า ที่สำคัญยังมีบริษัทสินเชื่อรายใหญ่ให้เลือกใช้บริการเป็นจำนวน เช่น คาร์ฟอร์แคชของธนาคารกรุงศรี, สินเชื่อรถแลกเงินของธนาคารธนชาติ, สินเชื่อรถช่วยได้ของธนาคารกสิกรไทย เป็นต้น

ทั้งนี้ การรีไฟแนนซ์รถยนต์นั้น ก็มีข้อดีข้อเสียที่ต้องศึกษาไว้ด้วย สำหรับข้อดีคือได้รับอัตราดอกเบี้ยที่ถูกลงกว่าเดิมไม่มากก็น้อย เพื่อระยะการผ่อนชำระที่ยาวนานขึ้น นอกจากนี้ ยังได้รับเงินส่วนต่างจากการขอรีไฟแนนซ์ด้วย โดยขึ้นอยู่กับว่า ผู้นั้นผ่อนชำระมานานแค่ไหนแล้ว หากยอดคงเหลือน้อยก็จะได้รับเงินส่วนต่างมากขึ้น

ส่วนข้อเสียคือ มีค่าใช้จ่ายในการดำเนินเรื่อง เช่น เบี้ยปรับในการปิดสินเชื่อเก่าก่อนกำหนดเวลา ค่าประกัน ภาษีมูลค่าเพิ่ม รวมถึงต้องมีการชำระอัตราเอกเบี้ยสินเชื่อเก่าที่ยังเหลือค้างอยู่ หลังจากมีการกำหนดราคาตายตัวไว้ แล้วยังต้องเริ่มผ่อนชำระหนี้โดยนับหนึ่งใหม่อีกด้วย.

ขอขอบคุณผู้สนับสนุนบทความ https://srsmartcar.co.th/รีไฟแนนซ์/