ไม่รอด หนุ่มอเมริกาขโมยรถเช่าเชียงใหม่ขับข้ามอำเภอ ก่อนโดนรวบ

ไม่รอด หนุ่มอเมริกาขโมยรถเช่าเชียงใหม่ขับข้ามอำเภอ ก่อนโดนรวบ

ไม่รอด หนุ่มอเมริกาขโมยรถเช่าเชียงใหม่ขับข้ามอำเภอ ก่อนโดนรวบ

            ไล่ล่าหนุ่มนักท่องเที่ยวอเมริกัน แอบชิงรถจากร้านรถเช่าเชียงใหม่ย่านประตูท่าแพ ขับซิ่งหนีไปไกลกว่า 10 กม. จนถึงพื้นที่อำเภอแม่ริม ทางด้นเจ้าของรถเช่าได้ตรวจสัญญาณจีพีเอส กระทั่งรู้ที่หมายรีบแจ้งตำรวจไล่สกัดจับได้ทันท่วงที หนุ่มหัวขโมยอ้าง นอนหลับฝันละเมอว่ากำลังขับรถเล่น พอรู้สึกตัวสะดุ้งตื่นตอนเช้าก็เจอหน้าตำรวจแล้ว ซึ่งตำรวจชุดจับกุมไม่เชื่อ จึงได้ควบคุมตัวมาดำเนินคดีข้อหาลักทรัพย์

หนุ่มขโมยรถเช่าเชียงใหม่ ยังงงว่าเกิดเหตุการณ์ขึ้นได้อย่างไร

เจ้าหน้าที่ตำรวจท่องเที่ยวเชียงใหม่ ชุดจับกุมผู้ต้องหาขโมยรถเช่าเชียงใหม่ ได้สอบสวนทราบชื่อผู้ก่อเหตุคือ นายเจอราร์ด โกลด์สโตน อายุ 22 ปี ชาวอเมริกัน ซึ่งให้การอ้างว่า เป็นพนักงานอยู่โรงงานแปรรูปไม้ที่รัฐเทกซัส ในช่วงก่อนหน้านี้ได้ลาพักร้อนและเดินทางมาท่องเที่ยวที่ประเทศไทย หลังจากเที่ยวที่กรุงเทพฯจนหนำใจ ก็ได้เดินทางมาเยือนเชียงใหม่ โดยเช่าโฮสเทลย่านประตูท่าแพพักอาศัย

กระทั่งช่วงเช้าที่ผ่านมา ขณะหลับอยู่ได้ฝันว่ากำลังขับรถจากร้านรถเช่าเชียงใหม่ที่จอดอยู่ริมถนน เพื่อออกไปท่องเที่ยวชมเมือง กระทั่งสะดุ้งตื่น เมื่อถูกตำรวจชุดจับกุมเข้าชาร์จขณะกำลังขับรถอยู่กลางถนน ซึ่งก็ยังเกิดความมึนงงอยู่ว่าเกิดเหตุการณ์ลักษณะนี้ได้อย่างไร ยืนยันว่าที่ทำไปเนื่องจากไม่รู้ตัว พร้อมกับขอปฎิเสธข้อหาลักทรัพย์

เจ้าของร้านรถเช่าเชียงใหม่ไม่เชื่อ ละเมอจนขับรถไปได้ไกลกว่า 10 กม.

ทางด้านเจ้าของร้านรถเช่าเชียงใหม่ผู้เสียหาย ระบุ ไม่เชื่อว่าคนร้ายที่นอนละเมอจะสามารถขโมยรถขับออกได้ไกลกว่า 10 กม. โดยในช่วงเย็นวานนี้ ตนได้ล้างรถกันดังกล่าวและนำไปจอดทิ้งไว้หน้าร้านรถ จากนั้นได้เข้านอนตามปกติ

พอตื่นเช้ามาเปิดร้านก็พบว่ารถได้หายไปอย่างไร้ร่องรอย จึงได้ตรวจสอบจากสัญญาณจีพีเอสที่ติดตั้งไว้กับรถที่หายไป ก็พบว่ารถกำลังวิ่งมุ่งหน้าไปตามถนนโชตนา และมุ่งหน้าออกจาก อ.แม่ริม กระทั่งได้โทรแจ้งความกับพนังงานสอบสวน สภ.เมืองเชียงใหม่ ให้ช่วยติดตามสกัด จนสามาถจับกุมคนร้ายที่ขโมวรถได้ในที่สุด

สวป.สภ.เมืองเชียงใหม่ เปิดเผยว่า ขั้นตอนอเบื้องต้นเจ้าหน้าที่ตำรวจได้แจ้งข้อหากับนายเจอราร์ด หนุ่มอเมริกันรายนี้แล้ว ในข้อหาลักทรัพย์รถยนต์ โดยผู้ต้องหายังให้การปฏิเสธและไม่ยอมลงลายมือชื่อในบันทึกการจับกุม ซึ่งก็ถือเป็นสิทธิของผู้ต้องหา ส่วนจะมากล่าวอ้างว่าที่กระทำลงไป เนื่องจากเกิดการนอนละเมอนั้น ก็ถือว่าเป็นสิทธิที่จะอ้างได้เช่นกัน แต่ก็อยู่ที่ดุลพินิจของศาลว่าจะเชื่อถือหรือไม่ ในส่วนของตำรวจก็จะต้องดำเนินคดีตามพยานหลักฐาน พร้อมคุมตัวส่งเข้าห้องขังดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป.